インバウンドでタイ人を集客! 事例多数で万全の用意 [PR]
ナムジャイブログ
ブログポータルサイト「ナムジャイ.CC」 › 日本が好き

【PR】

本広告は、一定期間更新の無いブログにのみ表示されます。
ブログ更新が行われると本広告は非表示となります。
  

Posted by namjai at

2016年12月22日

การตั้งเป้าหมาย 目標

เมื่อวันก่อน ดู You tube รายการ "ดูให้รู้" ของคุณฟุจิ แล้วประทับใจกับการสอนให้เด็กเล็กๆ รู้จักตั้งเป้าหมายของตัวเอง ถ้าคนเรามีเป้าหมายแล้ว ก็จะเป็นเครื่องนำทางให้เราไปสู่ความสำเร็จได้




ประเทศญี่ปุ่นเขาจะสอนให้เด็กตั้งเป้าหมายตั้งแต่ยังเล็ก โดยคุณครูที่โรงเรียนจะให้เด็กๆ ตั้งเป้าหมายว่า ผมหรือหนูอยากทำอะไร อยากปรับปรุงตัวเองเรื่่องอะไร แล้วคุณครูจะให้เด็กแต่ละคนเขียนเป้าหมายของตัวเองลงในกระดาษ แล้วนำกระดาษแผ่นนั้นไปติดที่หลังห้องเรียน เพื่อเตือนให้เด็กทุกคนเห็นเป้าหมายที่ตั้งใจไว้ และปฏิบัติตนตามเป้าหมายที่ให้ไว้ เช่น ผมจะไม่มีสายอีก หนูจะยกมือตอบคำถามให้บ่อยขึ้น แล้วเด็กๆ ก็จะคอยให้กำลังใจซึ่งกันและกันให้ไปถึงเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้ น่ารักจริงๆ


  

Posted by mod at 15:24Comments(0)

2016年12月21日

冬至 วันที่กลางคืนยาวที่สุดในรอบปี

วันนี้เป็นวัน 冬至 (とうじ - touji ) คือวันที่กลางวันสั้นที่สุดและเป็นวันที่กลางคืนยาวที่สุดใน 1 ปี ซึ่งในปีนี้ตรงกับวันที่ 21 ธันวาคม



แล้ววันนี้คนญี่ปุ่นเขาทำอะไรกัน?

ในวันนี้ คนญี่ปุ่นเขาจะทานฟักทองและนอนแช่น้ำที่ใส่ส้มยุซึ「冬至かぼちゃ」と「ゆず湯」
แล้วทำไมต้องทานฟักทองด้วย เป็นความเชื่อของคนญี่ปุ่นที่กล่าวกันมาตั้งแต่สมัยก่อนว่า ถ้าทานฟักทองในวัน Touji จะทำให้มีสุขภาพแข็งแรงตลอดช่วงฤดูหนาว ซึ่งก็ตรงกับหลักวิทยาศาสตร์ที่ว่า ฟักทองเป็นผักที่อุดมไปด้วยวิตามิน Aและเบต้าแคโรทีน จะช่วยต้านอนุมูลอิสระและป้องกันการเป็นหวัดได้ จึงทำให้ร่างกายเราเกิดภูมิคุ้มกันและผ่านหน้าหนาวไปได้โดยปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ



แล้วในวันที่ 18 ที่ผ่านมา ศาลเจ้าในจังหวัดนาราก็ได้มีการจัดเตรียมอาหารที่เป็นฟักทองไว้ประมาณ 1,200 ถ้วย สำหรับคนจำนวนมากที่มากันตั้งแต่เช้าตรู่ได้ทานอาหารร้อนๆ กันในวันที่อากาศหนาวเย็น

วันอาทิตย์ของทุกปีในช่วงใกล้ๆ กับวัน Touji ที่ศาลเจ้าของเมือง Sakurai ในจังหวัด Nara จะทำอาหารจากฟักทองแจกให้กับทุกคนได้ทานกัน

ในปีนี้ผู้หญิงคนหนึ่งที่ได้ทานฟักทองกับลูกได้กล่าวว่า “ปีนี้ ลูกสาวอายุ 3 ขวบเป็นหวัดตั้งหลายครั้งแล้ว ก็เลยพามาทานเพื่อให้ไม่เป็นหวัดอีกค่ะ”



ส่วนการแช่น้ำอุ่นที่ใส่ส้มยุซึนั่นก็เพราะว่า ปกติในฤดูหนาวคนญี่ปุ่นจะไม่อาบน้ำทุกวัน ดังนั้นในวันนี้เหมือนเป็นฤกษ์ดีได้อาบน้ำกัน นั่นก็เพราะว่าการนอนแช่น้ำร้อนจะช่วยทำให้ร่างกายอบอุ่นและสดชื่น อีกทั้งส้มยูซึยังช่วยเรื่องการไหลเวียนของเลือด มีวิตามินซีจากผลไม้เพื่อป้องกันการเป็นหวัดและกลิ่นหอมของผลส้มยูซึยังช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายได้ดีอีกด้วย
  

Posted by mod at 12:09Comments(0)

2016年12月15日

Silver San คือใคร?

Silver San คือใคร? ชื่อคุณซิลเวอร์เหรอ?




ในสังคมคนญี่ปุ่น Silver San จะหมายถึงคนชราที่เค้าเกษียณแล้ว คนชราเหล่านี้บางคนไม่อยากอยู่บ้านเฉยๆ ก็จะมาช่วยเป็น Volunteer หรืออาสาสมัครอย่างเช่นการ โบกธงให้รถหยุด เพื่อเด็กจะได้ข้ามถนนได้ และทำให้ Silver San หรือคนชราได้มีส่วนร่วมในสังคม และทำให้คนชราได้เกิดความรู้สึกภูมิใจในตัวเองที่ได้ช่วยเหลือเด็กด้วย ซึ่งจะเป็นประโยชน์ทั้ง 2 ฝ่าย ระหว่างเด็กและวัยชรา

ตามที่เราทราบกันว่าประเทศญี่ปุ่นมีอัตราการเกิดของเด็กที่ลดลง จึงทำให้ประเทศญี่ปุ่นจะเป็นประเทศที่มีสังคมของผู้สูงอายุมาก ประชากรสูงอายุในญี่ปุ่นคือกลุ่มอายุ 65 ปีขึ้นไป ซึ่งน่าจะเป็นวัยที่หยุดพักและมีความสุขกับการพักผ่อนหย่อนใจอยู่ที่บ้าน

แต่ไม่ใช่เช่นนั้น ผู้สูงวัยกว่าครึ่งล้านคนในญี่ปุ่นต้องหางานทำผ่านสมาคมศูนย์ทรัพยากรผู้สูงอายุแห่งชาติ เพราะเบี้ยสวัสดิการจากรัฐบาลไม่มากพอสำหรับการทำในสิ่งที่อยากทำ เช่น ซื้อของขวัญให้หลานๆ หรือซื้อสิ่งของที่อยากได้ อยากกินอะไรเป็นพิเศษ






เราจึงเห็นกำลังแรงงานวัยหลังเกษียณมีอยู่ทุกหนแห่งในญี่ปุ่น ตั้งแต่เป็นคนโบกแท่งเรืองแสงตามลานก่อสร้าง หรือเสมียนตามเคาน์เตอร์ ทำงานเย็บผ้า ฯลฯ แต่ก็ไม่ได้เป็นรายได้ที่มากนัก เพราะอย่างเช่นการหางานผ่านศูนย์ผู้สูงอายุในกรุงโตเกียวให้ค่าจ้างเพียงเดือนละ 37,000 เยน คิดเป็นเงินไทยก็ราวๆ 15,000 บาท ซึ่งคงไม่ใช่เหตุผลแค่เพียงอยากจะรักษาสภาพร่างกายและจิตใจให้ฟิตอยู่ตลอดเวลาเท่านั้น
























  

Posted by mod at 14:41Comments(0)

2016年12月14日

1000 日練習しなければ ต้องฝึก 1000 วัน

วันนี้มีโอกาสได้ฟังไลฟ์ของคุณฟูจิ ใน FB:ดูให้รู้

หัวข้อ : องค์ประกอบสำหรับคนเก่ง




1.เราต้องมีวิธีการและแผนการที่ดี จะทำให้เราไปได้อย่างรวดเร็ว
2.ต้องมีจังหวะ แต่ละคนจะมีจังหวะเป็นของตัวเอง ไม่ว่าการเรียนหรือการทำงาน ถ้าจังหวะมันใช่จะทำให้เราไปได้เร็ว เช่นบางคนชอบทำงานตอนกลางคืนแล้วเวิร์ค ก็เลือกเวลานั้น
3.การเชื่อมั่นตนเองและทำต่อไป เราต้องเชื่อมั่นว่าเราทำได้
4.ทำจนสำเร็จ ไม่ล้มเลิกไปก่อน เหมือนเราเรียนขี่จักรยาน เราต้องฝึกฝน

ฉันชอบข้อที่ 4 มาก คุณฟูจิเล่าให้ฟังว่า สำหรับเด็กญี่ปุ่นจะถูกสอนให้ต้องฝึกฝน 1000 วัน ก็คือประมาณ 3 ปีแบบทุกวัน

ถ้าใครท้อนั้นไม่ใช่ว่าไม่เก่ง แต่ต้องใช้เวลา 1000 วันในการฝึกฝีมือ ถ้าเราทำอะไรแล้วไม่สำเร็จ ไม่ใช่ว่าไม่สำเร็จ เพียงแต่ว่าเราใช้เวลาอยู่กับงาน หรือสิ่งนั้นได้น้อยเท่านั้นเอง เรายังทำไม่ถึงเท่านั้นเอง

ถ้าตอนนี้ใครท้อ ลองฝึกดูคะ ถ้าทำมา 1000 วันแล้วยังไม่ได้ ค่อยบอกว่าเราไม่เก่งนะคะ   

Posted by mod at 16:46Comments(0)

2016年12月01日

Manee เค้กสัปปะรดสูตรไต้หวัน

วันนี้ ขอมาแนะนำขนมอร่อยๆ บ้างนะคะ

ขนมเค้กสัปปะรด สูตรไต้หวันของแบรนด์ Manee (มณี) เป็นเค้กสับปะรดชิ้นพอดีคำ ซึ่งแป้งที่ห่อด้านนอกนั้นหอมนุ่มละมุนลิ้นมาก ส่วนไส้ด้านในเป็นสัปปะรดกวนหวานกลมกล่อม ไม่หวานเกินไป ต้องขอบอกว่าอร่อยมากๆ




ก็เลยลองหาในเน็ตดูว่ามีขายอยู่ที่ไหนบ้าง จะได้ไปซื้อมากินเองบ้าง

อ้อลืมบอกไป ขนมเค้กสัปปะรดกล่องนี้เป็นอภินันทนาการจากนักเรียนนำมาฝากค่ะ ขอบคุณมากๆ เลยนะคะ


ถ้าใครสนใจอยากลองชิม แวะไปได้เลยนะคะ ที่ชั้น L Floors บริเวณหน้ากูร์เมต์ มาร์เกต สยามพารากอน ดีพาร์ทเมนต์ สโตร์โดยสามารถเลือกซื้อได้ 2 ขนาด กล่องเล็กบรรจุ 6 ชิ้น และกล่องใหญ่บรรจุ 12 ชิ้น

ตอนนี้ เค้กสับปะรดแบรนด์“มณี”มีทั้งหมด 8 ไส้ด้วยกัน ประกอบไปด้วย Almond Pineapple Cake เค้กสับปะรดผสมอัลมอนด์ ,Macadamia Pineapple Cakeเค้กสับปะรดผสมไส้แมคคาเดเมีย, Hazelnut Pineapple Cakeเค้กสับปะรดผสมถั่วฮาเซลนัท, Mango Pineapple Cakeเค้กสับปะรดคลุกเคล้ากับมะม่วงรสชาติหอมหวาน, Cranberry Pineapple Cakeเค้กสับปะรดผสมแครนเบอรี่ที่มีวิตามินซีสูง, Prune Pineapple Cake เค้กสับปะรดผสมลูกพรุน รสชาติหวานน้อยที่อุดมไปด้วยแคลเซียมและไฟเบอร์, Kiwi Pineapple Cakeเค้กสับปะรดผสมกีวี่สีเขียวรสชาติลงตัวได้รสชาติเนื้อเต็มคำ, Durian Pineapple Cakeเค้กสับปะรดผสมทุเรียนหมอนทองกวน 100% ไม่มีส่วนผสมของน้ำตาลและวัตถุกันเสีย   

Posted by mod at 14:50Comments(0)

2016年11月29日

Ice Aquarium พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำแข็ง

อย่างที่เป็นข่าวดังในโลกโซเชียลอยู่ในตอนนี้ ที่ว่าสวนสนุก Space World เมืองคิตะคิวชู ในจังหวัดฟุคุโอกะ ได้เปิดลานสเก็ตน้ำแข็งที่ชื่อว่า “Ice Aquarium” หรือ พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำแข็ง ซึ่งมีความยาว 250 เมตร โดยการนำปลาตายกว่า 25 สายพันธุ์ ราวๆ 5,000 ตัวมาประดับแช่แข็งไว้ใต้ลานสเก็ตน้ำแข็ง ภายใต้แนวคิดที่ว่า "อยากให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ใหม่และได้เรียนรู้โลกใต้ทะเลไปพร้อมๆ กับการเล่นสเก็ตน้ำแข็ง” ซึ่งทางสวนสนุกเองคงมีเจตนาที่ดี แต่อาจสวนกระแสความรู้สึกของประชาชนไปสักหน่อย



แต่มีพื้นที่บางส่วนที่มีการทำให้ปลาโผล่ขึ้นมาจากพื้นน้ำแข็ง ซึ่งฉันว่าอาจทำให้คนสะดุดล้มและก่อให้เกิดความอันตรายได้ ตรงนี้น่าเป็นห่วงมากเลย




แต่หลังจากที่ได้เปิดตัวไปเมื่อวันที่ 12 พ.ย.ที่ผ่านมานี้เอง เมื่อวานนี้ก็ต้องปิดตัวลงอย่างกระทันหัน หลังจากถูกสังคมออนไลน์วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักถึงความไม่เหมาะสม แถมโดนว่าว่าเป็นลานสเก็ตที่ไร้รสนิยม และไม่ให้เกียรติสิ่งมีชีวิตอีกด้วย (ภาพปลาบางภาพมันก็ดูน่ากลัวเกินไปนะคะ)




แม้ทางสวนสนุก สเปซ เวิร์ล จะออกมาชี้แจงว่า ปลาทุกตัวที่ถูกนำมาแช่ไว้ใต้ลานสเก็ตน้ำแข็งทั้งหมด ถูกทำให้ตายก่อนนำมาตกแต่งบนพื้นแล้วก็ตาม แล้วหลังจากปิดให้บริการลานสเก็ตน้ำแข็ง ทางสวนสนุกก็ได้เตรียมจัดพิธีรำลึกถึงปลาทั้งหมดที่ถูกนำออกมาจากพื้นลานน้ำแข็ง และทางสวนสนุกจะเปิดให้บริการลานสเก็ตน้ำแข็งโดยปราศจากปลาอีกครั้งในเดือนธันวาคมนี้

ก็ขอเป็นกำลังใจให้นะคะ บางครั้งความคิดสร้างสรรค์ที่แปลกเกินไป อาจดูไม่สร้างสรรค์ก็ได้


  

Posted by mod at 13:44Comments(0)

2016年11月24日

ตุ๊กตากระดาษ Paper Dolls

เมื่อวันก่อนได้แนะนำของกินเด็ดในเทศกาลงานวัดขึ้นห้างไปแล้ว วันนี้จะมาย้อนอดีตกับของเล่นสมัยเด็กของฉัน นั่นก็คือตุ๊กตากระดาษ




ในงานนี้ฉันก็ซื้อมารำลึกความหลัง 1 แผ่นด้วย แผ่นละ 20 บาทเท่านั้น ถ้าเราย้อนไปในอดีต ปฏิเสธไม่ได้ว่า การเล่นตุ๊กตากระดาษถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ฮอตมากๆ สำหรับเด็กผู้หญิง โดยเฉพาะช่วงพักเที่ยงและหลังเลิกเรียน เราก็จะเอาตุ๊กตากระดาษมาเล่นกัน พวกเราก็จะเอาตุ๊กตากระดาษที่แกะออกมาจากแผ่นแล้ว นำมาสอดไว้ในหนังสือหรือไม่ก็สมุด โดยแยกชุดตุ๊กตาไว้แต่ละหน้าของสมุด ราวกับเป็นตู้เสื้อผ้า แล้วก็จะนำมาเปลี่ยนชุดเล่นกัน นับว่าเป็นความสุขและความสนุกง่ายๆ ในวัยเด็ก จะว่าไปแล้วการเล่นตุ๊กตากระดาษนี้สามารถเล่นคนเดียว หรือเล่นร่วมกันกับเพื่อน ๆ ก็ได้

เราลองมาดูประวัติของตุ๊กตากระดาษกันสักนิดนะคะ
ตุ๊กตากระดาษคือตุ๊กตาที่ทำเป็นรูปร่างของคนจากกระดาษ แล้วนำมาตัดเป็นตัวและมีชิ้นส่วนของเสื้อผ้าแยกออกมาต่างหาก ซึ่งสามารถนำไปวางติดลงบนตัวตุ๊กตาได้ด้วยการสอดหรือพับมุมกระดาษ เมื่อ 200 ปีที่แล้วตุ๊กตากระดาษถือว่าเป็นของเล่นที่ราคาไม่แพง แล้วในปัจจุบันนี้ตุ๊กตากระดาษก็ถือว่าเป็นศิลปะและเป็นของสะสมอย่างหนึ่งด้วย

ตุ๊กตากระดาษ หรือที่ฝรั่งเรียกกันว่า Paper Dolls ถูกค้นพบยุคแรกในศูนย์กลางเมืองต่างๆของยุโรปที่ถือว่าเป็นศูนย์กลางของแฟชั่นในช่วงกลางศตวรรษที่ 17 ทั้งที่ เวียนนา , เบอร์ลิน , ลอนดอน , ปารีส ซึ่งก็มีลักษณะคล้ายๆกับ Pantins ที่พบในฝรั่งเศส คือเป็นสิ่งบันเทิงสำหรับผู้ใหญ่ , วงสังคมชั้นสูง.




ตุ๊กตากระดาษที่ถูกผลิตจริงๆในเชิงการค้า เป็นตัวแรก ชื่อว่า Little Fanny ผลิตโดย S&J Fuller ในกรุงลอนดอน ช่วงปี 1810 ส่วนในฝั่งอเมริกานั้น ชื่อว่า The History and Adventures of Little Henry พิมพ์โดยสำนักพิมพ์ Belcher of Boston ในปี 1812 และในช่วงปี 1820 ตุ๊กตากระดาษที่เป็นเซ็ตคอลเลคชั่น ก็ได้รับความนิยมอย่างมากในยุโรป และยังส่งออกไปที่อเมริกาอีกด้วย
  

Posted by mod at 13:06Comments(78)

2016年11月23日

ขนมไข่ปลา

เมื่อสัปดาห์ก่อนได้มีโอกาสไปเดินเล่นที่ห้างเทอมินัล 21 ซึ่งช่วงสัปดาห์นั้นเขามีจัดเทศกาลงานวัดขึ้นมา เรียกได้เลยว่าเป็นการยกเอางานวัดขึ้นห้างติดแอร์ เขาจัดงานได้น่ารักและน่าเดินมากๆ มีของเก่าๆ โบราณมาให้ทั้งชมและทั้งชิมกันเลยทีเดียว ฉันเองก็เสียตังค์ไปหลายกับของเล่นเก่าๆ และของกินโบราณ แต่ที่ประทับใจเป็นพิเศษคือ “ขนมไข่ปลา” ซึ่งไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน แล้วเขาว่ากันว่าหาทานได้ยาก ก็เลยลองซื้อมาชิม เรียกได้ว่าอร่อยไม่ผิดหวังเลยจริงๆ เราลองมาดูรายละเอียดของขนมไข่ปลากันนะคะ



เหมือนไข่ปลาจริงๆ เลย

ขนมไข่ปลา (ขนมไทย) Rice Flour Mixed with Toddy Palm and Shredded Coconut เป็นขนมไทยพื้นบ้านในแถบจังหวัดที่มีการปลูกต้นตาล จุดเด่นของขนมคือ รูปทรงขนมที่มีเอกลักษณ์ มีกลิ่นหอมเนื้อตาลประกอบกับความเหนียวนุ่ม หวาน มัน เค็ม กำลังดี ขนมไข่ปลาจึงอร่อยติดลิ้นของผู้ที่ลิ้มลองได้ไม่ยาก ขั้นตอนในการทำขนมนั้นง่ายไม่ยุ่งยาก แต่ปัจจุบันกลับพบว่าขนมไข่ปลามีให้ซื้อรับประทานเพียงไม่กี่เจ้าเท่านั้น ขนมไข่ปลา เหมาะสำหรับทำเลี้ยงรับรองแขก ใช้เป็นขนมถวายพระในงานบุญ หรือทำเป็นอาชีพก็ได้ นับเป็นอีกหนึ่งขนมไทยพื้นบ้านที่น่าสนใจไม่น้อยทีเดียว

ถ้าใครมีโอกาสได้ไปเจอขอแนะนำให้ซื้อทานเลยค่ะ อร่อยมากๆ โดยเฉพาะ “ขนมไทย คุณยายผ่องศรี”
  

Posted by mod at 11:48Comments(0)

2016年11月10日

ใจเย็น VS ใจร้อน

ข่าวที่เป็นกระแสดังอยู่ในตอนนี้ ก็เกิดจากความใจร้อนของคนนั่นเอง

ดังนั้น วันนี้จึงอยากหยิบยกเอาสำนวนคำว่า “ขี้โมโห ใจร้อน ขี้หงุดหงิดมาบอก

ในภาษาญี่ปุ่นนั้น คำว่า “気が短い ” (Ki ga mijikai) จะหมายถึงคนที่มีลักษณะที่โกรธได้ง่าย หรืออารมณ์เสียได้ง่าย ออกแนวควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ค่อยได้เวลาเกิดเรื่องที่ทำให้ไม่สบายใจ หรือหงุดหงิด




ถ้าเรามาดูแต่ละคำ คำว่า “気” (ki) หมายถึงอารมณ์ ความรู้สึก ลักษณะนิสัย ส่วนคำว่า “短い” (Mijikai) หมายถึง สั้น เพราะฉะนั้น เมื่ออารมณ์สั้น ก็คือใจร้อนนั่นเอง

เช่น 田中さんは気が短いです。(Tanakasan wa ki ga mijikai desu)
คุณทานากะ เป็นคนใจร้อน

นอกจากนี้ก็ยังมีคำที่ให้ความหมายในเชิงว่าใจร้อน อารมณ์ร้อน ฉุนเฉียวอีกหลายคำ
เช่น 短期な (tanki na) ตัวอย่างเช่น 彼は短気だ。(Kare wa tanki da)เขาเป็นคนใจร้อน

ส่วนคำตรงกันข้ามก็คือ “気が長い” (Ki ga nagai) คือ คนใจเย็น
気 (ki)แปลว่า อารมณ์
長い (nagai) แปลว่า ยาว
อารมณ์+ยาว อารมณ์ยาว ก็คือใจเย็นนั่นเองค่ะ




เช่น 山田さんは気が長いです。(Yamadasan wa ki ga nagai desu)
คุณยามาดะเป็นคนใจเย็น

เพราะฉะนั้น คนเราควรที่จะเป็นคนใจเย็นกันนะคะ สังคมจะได้อยู่กันอย่างสงบสุข  

Posted by mod at 17:11Comments(0)

2016年11月08日

Shinjo Kun คว้าชัยชนะใน Yuru Khara Grand Prix 2016

เมื่อวันที่ 6 พ.ย.ที่ผ่านมานี้ ได้มีการจัดงานอีเว้นท์ที่ชื่อว่า “Yuru Khara Grand Prix” ขึ้นที่สวนสาธารณะของเมือง มัตสึยาม่าของจังหวัดเอฮิเมะ



“Yuru Khara” ก็คือตัวมาสคอตที่ใช้ในการประชาสัมพันธ์เมืองหรือเขตต่างๆ

Yuru Kyara Grand Prix คืองานประกวดมาสคอต (mascot) ประจำปีของญี่ปุ่น ซึ่งเป็นงานประกวดตัวการ์ตูนสัญลักษณ์ท้องถิ่น เพื่อประชาสัมพันธ์สถานที่ท่องเที่ยวและสร้างสรรค์สินค้าผ่านตัวละครที่น่ารัก ที่กลายมาเป็นเหมือนสัญลักษณ์ประจำจังหวัด เมือง เขต หรือสถานที่ต่างๆ ในญี่ปุ่น ซึ่งมาสคอตเหล่านี้มักสอดแทรกจุดสังเกตน่ารักๆ ที่เกี่ยวโยงไปถึงเอกลักษณ์ของพื้นที่นั้นๆ เอาไว้ให้เรามองหากันด้วย




ในครั้งนี้ก็มี Yuru Khara กว่า 200 ตัวจากทั่วทั้งญี่ปุ่นมารวมตัวกันอยู่ที่สวนสาธารณะ เพื่อทำการประชาสัมพันธ์เมืองของตัวเอง

แล้วในงานอีเว้นท์นั้นก็ได้มีการโหวตและตัดสินคะแนนจากเสียงมหาชนคนญี่ปุ่นที่เข้าร่วมงานและจากทางอินเตอร์เน็ตเพื่อตัดสิน Yuru Khara ที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับ 1

ในปีนี้มาสคอตที่มีชื่อว่า “Shinjo Kun” ของเมืองซูซากิในจังหวัดโคจิได้รับรางวัลที่ 1 ไป



สำหรับมาสคอตที่ชื่อว่า “Shinjo Kun” นั้นทางจังหวัดได้ใช้สัตว์ที่ชื่อว่า “Nihon Kawauso” หรือตัวนากซึ่งอาศัยอยู่ที่แม่น้ำ Shinjogawa ในเมืองซูซากิที่ใกล้จะสูญพันธ์มาเป็นต้นแบบ




ทีนี้เราก็ทำความรู้จัก Shinjo Kun กันนะคะ

ข้อมูลส่วนตัว
เพศ – ชาย (นาก)
วันเกิด - 28 เมษายน
อายุ - ประมาณห้าขวบ
งานอดิเรก – ชอบอะนิเมะและชอบแต่งตัว
ความสามารถพิเศษ - ว่ายน้ำและเต้นรำ
วลีที่ชื่นชอบ – ね☆ね☆ 絶滅。。 もきゅ☆ (Ne Ne☆☆Zetsumetsu Mokyu ☆) (นี่ นี่ ฉันจะสูญพันธุ์แล้วนะ มุ้งมิ้งๆ)
อาหารที่ชอบ – ปลาแอนโชวี่ แฮม นาเบะยากิราเม็ง ปลา Mejika

เจ้าหน้าที่ของเมืองซูซากิที่มากับ “Shinjo Kun” ได้เล่าให้ฟังว่า “Shinjo Kun เองก็รู้สึกดีใจเช่นกัน คิดว่าจะตั้งใจสร้างชื่อให้กับเมืองซูซากิของจังหวัดโคจิต่อไปเรื่อยๆ ด้วย”
  

Posted by mod at 12:16Comments(0)